ความเพียรทางกายใจเหมือนล้อเกวียนคู่หนึ่ง

เมื่อจิตถูกกิเลส คือ ความโลภ ความโกรธ และความหลง ครอบงำอยู่ ก็ตกไปในอำนาจของกิเลส คล้อยตามอำนาจของกิเลสนั้น ชอบสิ่งใดก็จะพยายามขวนขวายให้ได้สิ่งนั้น ไม่ชอบสิ่งใดก็จะพยายามผลักไสปฏิเสธสิ่งนั้น หรืออาจเกิดความหลงในสิ่งนั้น เพราะโมหะเกิดพร้อมกับความโลภและความโกรธอยู่เสมอ โดยทำหน้าที่ปกปิด “โทษ” ของสิ่งเหล่านั้น ทำให้เรา “พอใจ” ใน …“ความโลภและความโกรธ”

เมื่อเป็นดังนี้ จิตของเราเหมือนเมืองขึ้นของประเทศอื่น ย่อมตกอยู่ใต้อำนาจของความโลภ ความโกรธ และความหลง ไม่มีปัญญาหยั่งเห็นความจริงของชีวิต คือ “ไตรลักษณ์” อันได้แก่ “ความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่ใช่ตัวตน” ดังนั้น “วิริยะ” ที่จัดเป็น “อินทรีย์” จึงเป็น “ความเพียรในการอบรมจิตให้บริสุทธิ์จากกิเลส” ไม่ใช่ความเพียรในการแสวงหาโภคทรัพย์ หรือความเพียรในการเรียนรู้ศิลปวิทยา

“จงเห็นกิเลสโดยความเป็นกิเลส อย่าเห็นกิเลสโดยความเป็นตัวตน”

พระพุทธองค์ตรัสความเพียรในการปฏิบัติธรรมว่าเหมือนล้อเกวียนคู่หนึ่ง คือ ความเพียรทางกายทั้ง ๒ อย่าง คือ “ความเพียรทางกาย” และ “ความเพียรทางใจ” เหมือนเกวียนที่แล่นไปจะต้องมีล้อทั้งคู่ ถ้ามีล้อเพียงข้างเดียว เกวียนจะไม่อาจเคลื่อนที่ไปได้

“ความเพียรทางกายและใจ เหมือนล้อเกวียนคู่หนึ่ง ที่ทำให้เกวียนขับเคลื่อนไป”

จากหนังสือ โพธิปักขิยธรรม : พระคันธสาราภิวงศ์   จากเรื่องวิริยินทรีย์

Posted on October 9, 2013, in จากหนังสือธรรมอื่นๆ, ปกิณกะธรรม. Bookmark the permalink. Comments Off on ความเพียรทางกายใจเหมือนล้อเกวียนคู่หนึ่ง.

Comments are closed.

%d bloggers like this: