อัจฉราสูตร : ราชรถสู่พระนิพพาน

จากพระสูตร
***********

ข้อความจาก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
อัจฉราสูตรที่ ๖

เทวดาทูลถามว่า
ป่าชัฏชื่อโมหนะ อันหมู่นางอัปสรประโคมแล้ว อันหมู่ปีศาจสิงอยู่แล้ว ทำไฉนจึงจะหนีไปได้ ฯ

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า

ทางนั้นชื่อว่าเป็นทางตรง ทิศนั้นชื่อว่าไม่มีภัย รถชื่อว่าไม่มีเสียงดัง

ประกอบด้วยล้อคือธรรม หิริเป็นฝาของรถนั้น สติเป็นเกราะกั้นของรถนั้น

เรากล่าวธรรมมีสัมมาทิฏฐินำหน้าว่าเป็นสารถี

ยานชนิดนี้มีอยู่แก่ผู้ใด จะเป็นหญิงหรือชายก็ตาม เขา (ย่อมไป) ในสำนักพระนิพพานด้วยยาน นี้แหละ ฯ

………………………………………………….

จากอรรถกถา : อัจฉราสูตรที่ ๖
************************

๐ ทางตรง
มรรคประกอบด้วยองค์แปด ชื่อว่าทางตรง เพราะความที่ทางนั้นไม่มีการคดทั้งหลายมีการคดทางกาย เป็นต้น

๐ ทิศนั้นชื่อว่าไม่มีภัย
บทว่า อภยา นาม สาทิสา พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสหมายเอาพระนิพพาน.

จริงอยู่ ในพระนิพพานนั้น ภัยอะไรๆ ก็ไม่มี หรือว่าภัยนั้น ย่อมไม่มีแก่ผู้ถึงพระนิพพานแล้ว เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า อภยา นาม สาทิสา แปลว่า ทิศนั้นชื่อว่าไม่มีภัย.

๐ รถชื่อว่าไม่มีเสียงดัง
เมื่อเพลาแห่งรถไม่มีน้ำมันหยอด หรือว่าเมื่อคนขึ้นมากเกินไป ธรรมดารถก็ต้องมีเสียงดัง คือย่อมส่งเสียงดังฉันใด รถคืออริยมรรคฉันนั้น หามิได้.

จริงอยู่ รถคืออริยมรรคนั้นแม้สัตว์ตั้งแปดหมื่นสี่พันขึ้นอยู่โดยการนำไปคราวเดียวกัน ย่อมไม่ดัง ย่อมไม่ส่งเสียง เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า อกุชฺชโน แปลว่า ไม่มีเสียงดัง.

๐ ล้อคือธรรม
ประกอบพร้อมแล้วด้วยล้อคือธรรมทั้งหลาย กล่าวคือความเพียรอันเป็นไปทางกายและทางใจ.

๐ หิริเป็นฝาของรถนั้น
เมื่อนักรบทั้งหลายยืนอยู่บนรถอันมีในภายนอก ย่อมมีฝาที่ทำด้วยไม้เพื่อต้องการแก่อันมิให้ตกไปฉันใด หิริแลโอตตัปปะแห่งรถคือมรรคนี้อันมีทั้งภายในและภายนอกเป็นสมุฏฐาน เป็นเครื่องป้องกันฉันนั้น.

๐ สติเป็นเกราะกั้น
“สติอันสัมปยุตด้วยรถคือมรรค” แม้นี้เป็นเกราะกำบัง ราวกะรถของนักรบที่หุ้มด้วยวัตถุทั้งหลายมีหนังสีหะเป็นต้น.

๐ ธรรมมีสัมมาทิฏฐินำหน้าว่าเป็นสารถี
ธมฺมํ ได้แก่ โลกกุตรมรรค. สัมมาทิฏฐิแห่งวิปัสสนานำหน้าไป คือเป็นเครื่องดำเนินไปก่อน (เป็นประธาน) แห่งมรรคนั้นมีอยู่ เพราะเหตุนั้น มรรคนั้นจึงชื่อว่ามีสัมมาทิฏฐินำหน้า.

ธรรมมีสัมมาทิฏฐินำหน้านั้น คือเหมือนอย่างว่า เมื่อราชบุรุษทั้งหลายทำหนทางให้สะอาดโดยการนำชนทั้งหลายมีคนบอดคนง่อยเป็นต้นออกไปก่อน แล้วพระราชาจึงเสด็จมาในภายหลังฉันใด ครั้นเมื่อธรรมทั้งหลายมีขันธ์เป็นต้นอันสัมมาทิฏฐิแห่งวิปัสสนาชำระให้หมดจดแล้วด้วยสามารถแห่งความเห็นโดยความเป็นของไม่เที่ยงเป็นต้น สัมมาทิฏฐิแห่งมรรคอันกำหนดรู้อยู่ซึ่งวัฏฏะได้แล้วในภูมิ จึงเกิดขึ้นในภายหลังฉันนั้นนั่นแหละ.

ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า “ธมฺมาหํ สารถึ พฺรูมิ สมฺมาทิฏฺฐิปุเร ชวํ” แปลว่า เรากล่าวธรรมมีสัมมาทิฏฐินำหน้าว่า เป็นสารถี.

Posted on October 24, 2013, in ธรรมะจากพระไตรปิฎก, ปกิณกะธรรม. Bookmark the permalink. Comments Off on อัจฉราสูตร : ราชรถสู่พระนิพพาน.

Comments are closed.

%d bloggers like this: