ควรกระทำอุปาทานขันธ์ ๕ ไว้ในใจโดยแยบคาย

ข้อความบางส่วนจาก สีลสูตร (สีลวันตสูตร)
พระมหาโกฏฐิตะสนทนาธรรมกับพระสารีบุตร
*******************************************

ดูกรท่านพระสารีบุตร ภิกษุผู้มีศีลควรกระทำธรรมเหล่าไหนไว้ในใจโดยแยบคาย?

ท่านพระสารีบุตรตอบว่า ดูกรท่านโกฏฐิตะ ภิกษุผู้มีศีล “ควรกระทำอุปาทานขันธ์ ๕ ไว้ในใจโดยแยบคาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์เป็นดังโรค เป็นดังฝี เป็นดังลูกศร เป็นความคับแค้น เป็นอาพาธ เป็นของแปรปรวนเป็นของทรุดโทรม เป็นของสูญ เป็นของไม่ใช่ตัวตน”

อุปาทานขันธ์ ๕ เป็นไฉน? คือ
อุปาทานขันธ์ คือรูป ๑ อุปาทานขันธ์ คือเวทนา ๑ อุปาทานขันธ์ คือสัญญา ๑ อุปาทานขันธ์คือสังขาร ๑ อุปาทานขันธ์ คือวิญญาณ ๑.

ดูกรท่านโกฏฐิตะ
ภิกษุผู้มีศีล ควรกระทำอุปาทานขันธ์ ๕ เหล่านี้ไว้ในใจโดยแยบคาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นดังโรค เป็นดังฝี เป็น ดังลูกศร เป็นความคับแค้น เป็นอาพาธ เป็นของแปรปรวน เป็นของทรุดโทรม เป็นของสูญเป็นของไม่ใช่ตัวตน.

ดูกรท่านโกฏฐิตะ ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีได้ คือ ภิกษุผู้มีศีล กระทำอุปาทานขันธ์ ๕ เหล่านี้ไว้ในใจโดยแยบคาย ฯลฯ เป็นของไม่ใช่ตัวตน พึงทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล


ข้อความจากอรรถกถา

**********************

อุปาทานขันธ์ ๕

๐ ภิกษุพึงใส่ใจว่าไม่เที่ยง โดยอาการที่มีแล้วกลับไม่มี (เกิดแล้วดับ)
๐ พึงใส่ใจว่าเป็นทุกข์ โดยอาการที่เบียดเบียน บีบคั้น
๐ พึงใส่ใจว่าเป็นโรค เพราะหมายความว่าเจ็บป่วย
๐ พึงใส่ใจว่าเป็นฝี เพราะหมายความว่าเสียอยู่ข้างใน
๐ พึงใส่ใจว่าเชือดเฉือน เพราะเป็นปัจจัยของฝีเหล่านั้น หรือเพราะหมายความว่า ขุด
๐ พึงใส่ใจว่าโดยยาก เพราะหมายความเป็นทุกข์
๐ พึงใส่ใจว่าเป็นผู้เบียดเบียน เพราะหมายความว่าเป็นปัจจัยให้เกิดอาพาธอันมีมหาภูตรูปที่เป็นวิสภาคกันเป็นสมุฏฐาน
๐ พึงใส่ใจว่าเป็นอื่น เพราะหมายความว่าไม่ใช่ของตน
๐ พึงใส่ใจว่าทรุดโทรม เพราะหมายความว่าย่อยยับ
๐ พึงใส่ใจว่าว่าง เพราะหมายความว่าว่างจากสัตว์
๐ พึงใส่ใจว่า เป็นอนัตตา เพราะไม่มีอัตตา.

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

Posted on December 11, 2013, in ธรรมะจากพระไตรปิฎก, ปกิณกะธรรม. Bookmark the permalink. Comments Off on ควรกระทำอุปาทานขันธ์ ๕ ไว้ในใจโดยแยบคาย.

Comments are closed.

%d bloggers like this: