การกำหนดดูรู้ตาม

งานทางโลกกับงานทางธรรมชื่อว่างานเหมือนกันแต่วิธีการทำต่างกัน งานทางโลกเป็นไปเพื่อหาข้าวกิน หาสมบัติใช้ แต่งานทางธรรมเป็นไปเพื่อรู้แจ้งแห่งพระสัจธรรม

๐ มาพูดถึงตัวงานตัวการในทางธรรมก็คือ กายกับใจ หรือรูปกับนาม

๐ ผู้ที่เข้าไปทำงานก็คือ ใจ

๐ ทำโดยวิธีไหน? โดยการกำหนดดูรู้ตาม ทั้งสภาพที่เป็นไปของรูป นาม

๐ กำหนดดูรู้ตามอย่างไร? กำหนดดูรู้ตามอย่างที่เขาเป็น ไม่ใช่กำหนดเพื่อจะให้เขาเป็น

อุปมา อุปมัย….เหมือนเราไปดูหนาม..หนามมันแหลมอยู่แล้วเราจำเป็นต้องเอามีดไปเหลาไหม? ยกตัวอย่าง เวลาเราดูพอง ยุบ ถ้าพอง ยุบ ไม่ชัดเราจำเป็นต้องตะเบ็งให้ชัดไหม? เพราะอะไร? เพราะดูอย่างที่เขาเป็นไง เขาปรากฏเบาก็รู้ไปตามเบาๆๆ แต่ถ้าไม่ชัดก็ไปดูตัวอื่น นั่งหนอ ถูกหนอ ก็ยังมี

เพราะธรรมทั้งหลายองค์สมเด็จพ่อทรงตรัสไว้ว่าแม้พระพุทธเจ้าจะอุบัติขึ้นมาไม่อุบัติขึ้นมาเขาก็มีอยู่เป็นประจำแต่เมื่อตรัสรู้แล้วก็เห็นตามความเป็นจริงในธัมมนิยามสูตร ว่า

อุปปาทา วา ภิกขะเว ตะถาคะตานัง อะนุปปาทา วา ตะถาคะตานัง ฐิตา วะ สา ธาตุ ธัมมัฏฐิตะตา ธัมมะนิยามะตา สัพเพ สังขารา อะนิจจาติฯ ตัง ตะถาคะโต อะภิสัมพุชฌะติ อะภิสะเมติ อะภิสัมพุชฌิตวา อะภิสะเมตวา อาจิกขะติ เทเสติปัญญะเปติ ปัฏฐะเปติ วิวะระติ วิภะชะติ อุตตานีกะโรติ สัพเพ สังขารา อะนิจจาติฯ สัพเพ สังขารา ทุกขาติฯ สัพเพ ธัมมา อะนัตตาติฯ

ภิกษุ ทั้งหลาย ทั้งที่พระตถาคต คือ พระพุทธเจ้าทั้งหลาย จักเกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม ธาตุคือสิ่งทรงตัวเองอยู่ได้อันนั้น ดำรงอยู่ได้โดยธรรมดาของมันอย่างนั้น สิ่งที่ถูกกำหนดมาตามธรรมดาของมันว่า จะเป็นอย่างนั้น พระพุทธองค์ผู้ทรงเป็นตถาคต ตรัสรู้ธาตุนั้น ทรงรู้แจ้งด้วยพระปัญญาอันยิ่ง เป็นสิ่งที่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อนว่า สังขารทั้งหลายทั้งปวง ไม่เที่ยง สังขารทั้งหลายทั้งปวงเป็นทุกข์ ธรรมทั้งหลายทั้งปวงเป็นอนัตตา

ครั้นได้ตรัสรู้แล้ว ได้หยั่งรู้แล้ว จึงนำมาบอกกล่าว นำมาแสดง บัญญัติตั้งไว้ เปิดเผยให้ทราบ จำแนกแยกแยะ ทำให้เข้าใจง่ายว่า “สังขารทั้งหลายทั้งปวงไม่เที่ยง สังขารทั้งหลายทั้งปวงเป็นทุกข์ ธรรมทั้งหลายทั้งปวงเป็นอนัตตา”

หลวงพ่อประจาก สิริวณฺโณ

Posted on March 21, 2014, in ธรรมะหลวงพ่อประจาก, ปกิณกะธรรม. Bookmark the permalink. Comments Off on การกำหนดดูรู้ตาม.

Comments are closed.

%d bloggers like this: