การกำหนดรู้อาการพอง ยุบ เป็นสมมติสัจจะหรือปรมัตถสัจจะ

การกำหนดรู้อาการพอง ยุบ งอ หรือเหยียด เป็นเพียงสมมติสัจจะ หรือเป็นปรมัตถสัจจะ

ผู้ที่ไม่เคยปฏิบัติอย่างจริงจังมักมีข้อข้องใจต่าง ๆ เช่นเกรงว่า การกำหนดว่า “งอหนอ เหยียดหนอ” จะทำให้หลงติดอยู่แค่เพียงรูปทรงสัณฐานของมือ, การกำหนดว่า “ขวาย่างหนอ ซ้ายย่างหนอ” จะทำให้รับรู้ได้เพียงรูปร่างของเท้าที่กำลังเคลื่อนไปอย่างไม่เป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นความรู้ตามสมมติ หรือการสังเกตอาการพองและยุบจะทำให้หลงจินตนาการถึงรูปทรงของท้อง เป็นต้น ประเด็นเหล่านี้อาจเกิดได้กับโยคีใหม่ ๆ แต่ก็มิใช่ว่าจะเกิดเฉพาะความรู้ตามสมมติบัญญัติตลอดเวลา ในเบื้องต้นของการปฏิบัติ ความรู้ตามสมมติจะปรากฏสลับกันกับความหยั่งรู้อารมณ์ปรมัตถ์ เช่น อาการเคลื่อนไหว หรือสั่นสะเทือน แต่ก็มีวิปัสสนาจารย์บางท่านสอนให้รับรู้เฉพาะอาการเคลื่อนไหวเท่านั้น ซึ่งผู้ที่เพิ่งเริ่มภาวนาย่อมไม่อาจทำเช่นนั้นได้ เพราะในเบื้องต้นเราจะยังไม่สามารถเว้นจากการรับรู้สมมติบัญญัติได้เลยทีเดียว

การหยั่งรู้ปรมัตถสัจจะสามารถเกิดขึ้นได้โดยอาศัยความรู้ตามบัญญัติภาษาที่ใช้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน แม้พระบรมศาสดาเองก็ตรัสสอนด้วยภาษาธรรมดา ๆ เช่น “เมื่อเดินก็รู้ชัดว่ากำลังเดิน” “กำลังงอ” หรือ “กำลังเหยียด” เป็นต้น พระองค์มิได้ทรงใช้ภาษาตามสภาวะปรมัตถ์เลย เช่นว่า “พึงรับรู้ความแข็งเกร็ง” หรือ “พึงรับรู้การเคลื่อนไหว” ถึงโยคีจะภาวนาโดยอาศัยภาษาพื้น ๆ เช่น “งอหนอ เหยียดหนอ” ก็สามารถหยั่งรู้สภาวธรรมที่แท้จริง อาทิ ความแข็งเกร็ง และการเคลื่อนไหว ซึ่งซ่อนอยู่ในรูปทรงสัณฐานนั้น ๆ ได้เมื่อสมาธิและสติของโยคีมีกำลังพอ

(“หนทางแห่งวิปัสสนา” โดย มหาสีสยาดอ)

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
จากหนังสือ สงสัยหนอ
เรียบเรียงโดย Tharmanaykyaw (สามเณรจ่อ)

Posted on March 29, 2014, in ปกิณกะธรรม, พระมหาสีสยาดอ. Bookmark the permalink. Comments Off on การกำหนดรู้อาการพอง ยุบ เป็นสมมติสัจจะหรือปรมัตถสัจจะ.

Comments are closed.

%d bloggers like this: