การจงใจจำแนกอารมณ์ที่ปรากฏ ช่วยให้เกิดนามรูปปริจเฉทญาณได้หรือไม่

การจงใจจำแนกอารมณ์ที่ปรากฏ ช่วยให้เกิดนามรูปปริจเฉทญาณได้หรือไม่

การวิเคราะห์แจกแจงปรากฏการณ์ต่าง ๆ ไม่อาจทำให้เกิด นามรูปปริจเฉทญาณ ขึ้นได้เลย ต่อเมื่อได้เฝ้าดูปรากฏการณ์ของใจและกายในทันทีที่เกิดขึ้นเท่านั้น โยคีจึงจะสามารถแยกแยะนามและรูปได้เองโดยปราศจากการจงใจใด ๆ ทั้งสิ้น นั่นแหละคือนามรูปปริจเฉทญาณที่แท้จริง

(“ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” โดย มหาสีสยาดอ)

วิปัสสนาญาณที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้ด้วยการสังเกตปัจจุบันอารมณ์เท่านั้น มิใช่ด้วยการใช้เหตุผล คิดวิเคราะห์ เทียบเคียง หรือแจกแจงจาระไนสภาวธรรม เช่นว่า โลกิยจิตจำแนกได้ ๘๑ ประเภท, องค์ประกอบของจิต (เจตสิก) มี ๕๒ ชนิด หรือ รูปแบ่งเป็น ๒๘ จำพวก ฯลฯ ความรู้เช่นนั้นเป็นเพียงความจำจากการเล่าเรียน (สัญญา) ไม่ใช่ปัญญาจริง ๆ ที่เกิดขึ้นเองจากประสบการณ์ตรง

ลองคิดดูว่าโลกิยจิต ๘๑ ประเภท มีอะไรบ้าง และเกิดกับเราได้ทั้งหมดหรือไม่ ? ยกตัวอย่างเช่น มหัคคตาจิตย่อมเกิดกับผู้ทรงฌานเท่านั้น ส่วนกิริยาจิตแม้จะเป็นฝ่ายโลกิยะก็เกิดกับพระอรหันต์เท่านั้น แล้วเราจะประสบกับอารมณ์ที่ไม่เกิดกับเราได้อย่างไรเล่า ? นอกจากนี้ในรูป ๒๘ จำพวก ความเป็นหญิงมีในผู้หญิง ส่วนความเป็นชายก็มีในผู้ชาย เราไม่อาจประสบกับภาวรูปของอีกเพศได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ การแจกแจงสภาวะที่เราไม่เคยประสบจะจัดเป็นปัญญาในการรู้แจ้งปรมัตถธรรมไปได้อย่างไร ? มิใช่ความรู้ด้วยสมมติบัญญัติเท่านั้นหรอกหรือ ?

หากตอบตามตรงก็ต้องบอกว่า “ใช่ นั่นเป็นเพียงความรู้ตามบัญญัติเท่านั้น” และแน่นอนว่า แค่ความจำได้หมายรู้หรือสัญญาจากการจดจำร่ำเรียนเช่นนั้น ย่อมไม่อาจทำให้เกิดนามรูปปริจเฉทญาณได้เลย ที่จริงแล้ว หากไม่ได้ระลึกรู้รูปนามก็ไม่ใช่การเจริญวิปัสสนาเสียด้วยซ้ำ

(“สัลเลขสูตร” โดย มหาสีสยาดอ)

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
จากหนังสือ สงสัยหนอ
เรียบเรียงโดย Tharmanaykyaw (สามเณรจ่อ)

 

Posted on March 29, 2014, in ปกิณกะธรรม, พระมหาสีสยาดอ. Bookmark the permalink. Comments Off on การจงใจจำแนกอารมณ์ที่ปรากฏ ช่วยให้เกิดนามรูปปริจเฉทญาณได้หรือไม่.

Comments are closed.

%d bloggers like this: