การพิจารณาเพื่อระงับความโกรธ

การพิจารณาเพื่อระงับความโกรธ ๑๐ ประการ

๑) แม้ศัตรูต้องการจะทำให้เธอเป็นทุกข์ ก็ทำได้แต่ทุกข์ทางกายเท่านั้น ไม่สามารถทำให้ใจต้องทุกข์ได้ เหตุใดเธอจึงทำในสิ่งที่ ศัตรูต้องการโดยทำใจของเธอเองให้เป็นทุกข์ ทั้งที่เป็นสิ่งที่ศัตรูไม่สามารถทำได้

๒) เหตุใดจึงยังไม่สามารถละทิ้งความโกรธที่จะนำมาแต่ความหายนะโดยไม่ได้ประโยชน์อันใด ทั้งที่เธอได้ละทิ้งมิตรสหายที่สามารถให้ประโยชน์มากมาย มาครองผ้ากาสาวพัสตร์แล้วบวชเป็นพระภิกษุ

๓) เหตุใดจึงยังคบหากับความโกรธที่สามารถทำให้เธอละทิ้งความกลัวและละอายต่อบาป ทิ้งความอดกลั้น ความเมตตา และกรุณา ซึ่งเป็นมูลรากของศีลที่เธอได้รักษามาเป็นอย่างดีแล้ว จะหาคนโง่เช่นนี้ได้ที่ไหน (หมายความว่า เป็นคนโง่ที่สุด เพราะคบหาความโกรธที่อาจทำลายศีลให้พินาศลงได้)

๔) เธอโกรธบุคคลที่ทำผิดต่อเธอ แต่เธอเองที่กำลังโกรธอยู่ ก็กำลังวางแผนทำร้ายบุคคลที่ทำให้เธอโกรธให้สาสมกันมิใช่หรือ

๕) ศัตรูทำสิ่งที่เธอไม่ชอบเพื่อพยายามให้เธอโกรธ แล้วเหตุใดจึงยอมทำความปรารถนาของเขาให้สำเร็จด้วยการปล่อยให้ความโกรธเกิดขึ้นด้วยเล่า

๖) เมื่อโกรธขึ้นมาแล้ว ไม่ว่าเธอจะทำความทุกข์ให้แก่ศัตรู หรือไม่ก็ตาม แต่เธอก็ได้ทำความทุกข์ให้เกิดกับตัวเธอเองด้วยอาการ โกรธนั้นแล้ว

๗) เมื่อศัตรูได้เดินทางผิดด้วยความโกรธที่ไม่ก่อประโยชน์อันใด ถ้าเธอยังโกรธเขาอยู่ ก็เท่ากับได้เดินตามเขาไปในทางที่ผิด

๘) ถ้าศัตรูได้ทำผิดต่อเธอด้วยความโกรธ เธอควรระงับหรือขับไล่ความโกรธนั้นเสีย เหตุใดจึงต้องทำให้ตนเองเดือดร้อนด้วยการ โกรธตอบเล่า

๙) รูปและนาม หรือกายและจิต มีลักษณะเกิดดับอยู่ตลอดเวลา ตั้งอยู่ได้เพียงชั่วขณะแล้วก็ดับไปอย่างรวดเร็ว รูปนามที่ได้ทำผิดต่อเธอนั้นได้ดับไปหมดแล้ว จะไปหารูปนามที่ทำให้เธอโกรธได้ที่ไหนเล่า รูปนามที่เกิดมาใหม่ก็ไม่ใช่รูปนามที่ทำผิดต่อเธอ แล้วจะหลงโกรธรูปนามที่เกิดมาใหม่นี้ทำไมกัน

๑๐) ถ้าผู้ใดทำความผิดต่อผู้อื่น บุคคลทั้งสองนั้นต่างก็มีส่วนร่วมกระทำความทุกข์ให้เกิดขึ้นได้ เมื่อทั้งสองฝ่ายมีส่วนในการก่อให้เกิดความทุกข์ ตัวเธอเองก็ต้องรับผิดชอบด้วย เหตุใดจึงโกรธแต่คนอื่น ไม่โกรธตัวเองเล่า

ข้อความข้างต้นเป็นการสรุปความในคาถา ๑๐ บทที่กล่าวไว้ในคัมภีร์วิสุทธิมรรคด้วยภาษาง่ายๆ แต่เป็นการพิจารณาที่ลึกซึ้งยิ่งนักผู้ปฏิบัติจึงควรนำมาเป็นแนวทางพิจารณาเพื่อระงับความโกรธ

วิธีระงับความโกรธด้วยการพิจารณาว่า บุคคลมีกรรมเป็นของตน

หากความโกรธยังไม่ระงับไป แม้ว่าจะได้พิจารณาตามวิธีที่กล่าวไว้ ผู้ปฏิบัติก็อาจพิจารณาถึงกรรมว่าทุกคนมีกรรมเป็นของตนและจะต้องได้รับผลของกรรมทั้งที่ดีและไม่ดีที่ตนเองได้กระทำไว้ ผู้ปฏิบัติ พึงพิจารณาอย่างนี้ว่า

“ขณะนี้กำลังเจริญเมตตาภาวนาอยู่ ถ้าโกรธแล้วจะมีประโยชน์อะไร การทำกรรมที่มีโทสะเป็นเหตุ ย่อมให้ผลเป็นความทุกข์แก่ตัวเองมิใช่หรือ กรรมคือเจตนาในการกระทำความดีและความชั่ว กรรมเท่านั้นที่เป็นสมบัติที่แท้จริงของเรา เราย่อมเป็นทายาทของกรรม คือเจตนาที่ก่อให้เกิดการกระทำทางกาย วาจา และใจ ทั้งดีและชั่ว เราย่อมมีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ และเป็นที่พึ่งที่อาศัย กรรมที่เกิดจากความโกรธไม่เป็นเหตุปัจจัยให้บรรลุมรรคผลได้ และไม่เป็นปัจจัยให้ไปเกิดในโลกมนุษย์หรือเทวดาซึ่งเป็นสุคติภูมิ กรรมที่ทำไปเพราะโกรธนอกจากจะไม่ช่วยให้มีความสุขแล้ว ยังเป็นเหตุให้ได้รับทุกข์อย่างใหญ่หลวงในนรกเป็นต้น ถ้าทำกรรมชั่วเพราะความโกรธ ก็จะเหมือนคนที่เผาตนเอง แล้วถือถ่านเพลิงไว้ในมือหรือจับอุจจาระด้วยมือทั้งสอง เพื่อทำร้ายคนอื่น”

หลังจากนั้น ให้พิจารณาถึงผู้ที่เป็นศัตรูว่า เขาก็มีกรรมเป็นของตนเช่นกัน เขาทำความชั่วเพราะความโกรธแล้วจะได้ประโยชน์อะไร ความโกรธย่อมทำให้เขาเป็นทุกข์เอง เขามีกรรมทั้งดีและชั่วเป็นของตน ย่อมเป็นทายาทของกรรมที่ตนเองได้ทำไว้ เขาทำกรรมชั่วเพราะความโกรธเป็นเหตุ ย่อมได้รับผลชั่ว เช่นเดียวกับคนที่โปรยธุลีทวนลมใส่คนอื่น ธุลีนั้นจะถูกลมพัดเข้าตนเอง สมจริงดังพระพุทธดำรัสว่า

“ผู้ใดประทุษร้ายต่อผู้ไม่มีความผิด ผู้บริสุทธิ์ บาปจะส่งผลให้ผู้ที่กระทำนั้นเอง เหมือนธุลีที่ซัดทวนลม”

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
จากหนังสือพรหมวิหาร
โดย พระโสภณมหาเถระ (มหาสีสยาดอ)
แปลโดย พระคันธสาราภิวงศ์
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

Advertisements

Posted on 17-12-2016, in ปกิณกะธรรม, พระมหาสีสยาดอ. Bookmark the permalink. Comments Off on การพิจารณาเพื่อระงับความโกรธ.

Comments are closed.

%d bloggers like this: