นิพพานอันเป็นสภาวะดับของใจและสัญญาในธรรมารมณ์

ผู้ที่ไม่เคยรู้จักกับการเจริญวิปัสสนา เพื่อให้เห็นทุกข์ตามสภาพความเป็นจริง มักจะเชิดชูยินดีความคิดและความเชื่อของตน ทั้งมีความหวังอยู่เสมอๆ ว่า จะได้พบความสุขรออยู่ข้างหน้าแม้ว่ากำลังเผชิญกับความทุกข์อยู่ก็ตาม เขาพอใจจะคิดว่าเขามีตัวตนอยู่ในโลกนี้ และหวังอยากจะมีความมั่งคั่งร่ำรวย หลงผิดว่าความทุกข์เป็นความสุข ดังนั้น ความยึดมั่นของเขาจึงเพิ่มพูนขึ้นและทำให้พยายามทุกวิถีทางในการสนองความต้องการของตน จนบางครั้งไม่ลังเลจะฆ่า ลักทรัพย์ ฉ้อโกง หรือทำชั่วเพื่อให้ได้สิ่งที่ตนต้องการ แต่บางคนอาจทำความดีเพื่อประสงค์จะสั่งสมบุญกุศลสำหรับภพข้างหน้าที่ต้องเวียนว่ายต่อไปในสังสารวัฏ

การทำกรรมจึงเกิดขึ้น ตามสังขารที่เป็นกุศลหรืออกุศล เมื่อเวลาใกล้จะตาย กรรม กรรมนิมิต และคตินิมิต ที่มาปรากฏเป็นอารมณ์ทางมโนทวารจะชักนำให้ไปปฏิสนธิในภพใหม่โดยมีอายตนะภายในและภายนอกชุดใหม่ทำหน้าที่รับอารมณ์เช่นที่ได้ทำมาแล้วในภพก่อน ซึ่งจะก่อให้เกิดตัณหาและอุปาทานที่ส่งผลให้วนเวียนเกิดต่อไปๆ ในสังสารวัฏอย่างไม่จบสิ้น เพราะความต่อเนื่องเหมือนสายโซ่ตัณหา อุปาทานกรรม และภพ ที่คล้องกันเป็นทุกขสัจ ต่อเมื่อสายโซ่นี้ถูกตัดขาดด้วยปัญญาที่เป็นกลางในสังขาร (สังขารุเปกขาญาณ) แล้วบรรลุถึงความดับของรูปนาม นิพพานสุขจึงจะเกิดมีขึ้นได้

สมจริงดังพระพุทธดำรัสในสฬายตนสังยุตต์ว่า
ยตฺถ มโน จ นิรุชฺฌติ, เส อายตเน เวทิตพฺเพ.

ใจและสัญญาในธรรมารมณ์ดับไป ใน [อารัมมณ] ปัจจัยใด บุคคลพึงรู้ [อารัมมณ] ปัจจัยนั้น
[คือ นิพพานอันเป็นสภาวะดับของใจและสัญญาในธรรมารมณ์]

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
จากหนังสือนิพพานกถา
โดย พระมหาสีสยาดอ
แปลโดย พระคันธสาราภิวงศ์
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

Advertisements

Posted on 17-12-2016, in ธรรมะน้อมนำใจ, ปกิณกะธรรม, พระมหาสีสยาดอ. Bookmark the permalink. Comments Off on นิพพานอันเป็นสภาวะดับของใจและสัญญาในธรรมารมณ์.

Comments are closed.

%d bloggers like this: