ประเภทของโยคี

ประเภทของโยคี

ขณะที่โยคีรับประทานอาหารโดยไม่กำหนดรู้ เมื่อรับรู้ว่าอาหารอร่อย กิเลสย่อมเกิดขึ้น โยคีเดินทางมาจากแดนไกล ควรปฏิบัติธรรมให้ไดรับประโยชน์อย่างเต็มที่ กล่าวคือโยคีต้องมีความเพียรจึงจะได้รับรสแห่งพระธรรม ถ้าโยคีพยายามอย่างหนัก แม้ในเวลาเพียง 2-3 วัน หรือแม้ 1-2 สัปดาห์ ก็ก้าวหน้าได้ แต่ถ้าปฏิบัติไปเรื่อยๆ โดยขาดความเพียรพยายามก็จะไม่เกิดประโยชน์ใดๆ จากการปฏิบัติธรรม

ตัวอย่างเช่นคนป่วยไข้ก็ต้องกินยา ถ้ากินแล้วไม่หายป่วยอาจคิดว่ายาไม่ดีพอ เช่นเดียวกับโยคี ถ้ามีความเพียรไม่พอ การฏิบัติธรรมไม่ก้าวหน้า ก็จะเกิดความสงสัยในวิธีการปฏิบัติ ดังนั้นคนป่วยต้องกินยาตามแพทย์แนะนำ เช่นเดียวกันกับโยคีที่เดินทางมาจากแดนไกล ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง ต้องปฏิบัติด้วยความเพียรตามคำแนะนำของวิปัสสนาจารย์อย่างเคร่งครัด

โยคีอาจแบ่งออกเป็น 3 ประเภท

1. โยคีโดยชื่อ คือโยคีที่ไม่ปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ไม่ปฏิบัติให้ละเอียดลึกซึ้งตามคำแนะนำ จึงเกิดความสงสัยในวิธีการปฏิบัติ ดังนั้น จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพราะประสบการณ์จะเกิดจากการปฏิบัติมิใช่เกิดจากความนึกคิดเอาเอง

2. โยคีท่าดีทีเหลว คือโยคีที่ปฏิบัติอย่างช้าๆ อย่างขยันขันแข็ง แต่ขาดการมีสติตามรู้สภาวธรรมที่ปรากฏ จึงไม่ประสบความสำเร็จ

3. โยคีที่ดี คือ ผู้ฟังคำแนะนำอย่างตั้งอกตั้งใจ มีความเพียรจดจ่ออยู่ที่รูปหรือนามอย่างต่อเนื่อง และรายงาน (ส่งอารมณ์) ให้วิปัสสนาจารย์อย่างซื่อสัตย์ทั้งจุดอ่อนหรือจุดแข็ง ก็จะมีประสบการณ์ในเวลาอันสั้น

จากปกรณ์และการปฏิบัติกล่าวได้ว่า โยคีคือผู้ที่ตั้งเป้าหมายปฏิบัติอย่างพากเพียร ที่จะกำหนดรู้อารมณ์ตั้งแต่ตื่นนอนจนหลับสนิท โดยใช้เวลาทุกเสี้ยววินาทีในการมีสติตามรู้รูปและนามอย่างต่อเนื่อง เล่นโยคีมีสติกำหนดรู้อาการพองหรือยุบ จะต้องมีความเพียรให้สติพุ่งตรงไปที่พองหรือยุบ ด้วยความตั้งใจ จิตที่กำหนดรู้จะแนบแน่นกับพองหรือยุบ ซึ่งเป็นอารมณ์หลัก ทำให้จิตบริสุทธิ์ จิตจะพัฒนาขึ้นโยคีจะเห็นการเกิดดับของรูปนาม ความรู้ที่เพิ่มขึ้นนี้เรียกว่า “ภาวนา” ความเพียรจึงเป็นสิ่งสำคัญในการเจริญสติ เพราะสติที่เกิดขึ้นจะป้องกันมิให้กิเลสเกิด เมื่อสมาธิแก้กล้า จะทำให้เกิดปัญญา โยคีพึงพัฒนาจิตให้ก้าวหน้าขึ้นไป

แต่ถ้าโยคีขาดสติ เพราะปฏิบัติแบบง่ายๆ ขาดความเพียร จะปราศจากกุศลจิตและปัญญา เช่น ถ้าขาดสติใน 1 วินาที ก็จะขาดกุศลจิตและปัญญา 1 ครั้ง ภายใน 5 นาที ก็จะขาดกุศลจิตและปัญญา 300 ครั้ง ดังนั้น โยคีจึงต้องมีความเพียรให้มากและต่อเนื่อง ถ้ามีความเพียรมากแม้ปัญญาไม่เกิด แต่กุศลจิตก็จะพัฒนาขึ้น

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
จากหนังสือ ๖๐ ชั่วโมงกับเทศนาธรรม
ของพระกัมมัฏฐานาจริยะ พระปัณฑิตาภิวงศ์
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

Posted on February 15, 2015, in ความรู้เพื่อการปฏิบัติ, ปกิณกะธรรม, สยาดอร์ อู บัณฑิตา. Bookmark the permalink. Comments Off on ประเภทของโยคี.

Comments are closed.

%d bloggers like this: