ลักษณะของสติ

ลักษณะของสติสรุปจาก : มิลินทปัญหาสติลักขณปัญหา ที่ ๑๒

สติมีลักษณะ ๒ ประการ คือ อปิลาปนลักขณะสติ และ อุปคัณหณลักขณาสติ

อปิลาปนลักขณาสติ

“อปิลาปนลักขณาสติ” นั้น คือ อารมณ์ให้ระลึกไปในธรรมทั้งหลาย คือ

๐ เตือนว่า สิ่งนั้นดีสิ่งนั้นชั่ว สิ่งนี้ไม่เป็นประโยชน์ สิ่งนี้เป็นโทษ สิ่งนี้เป็นคุณ สิ่งนี้ขาวสิ่งนี้ดำ
๐ เตือนอารมณ์ให้ระลึกในธรรมทั้งหลายนี้ว่า ธรรมสิ่งนี้เป็นสติปัฏฐาน ๔ ธรรมสิ่งนี้เป็นสัมมัปปธาน ๔ ธรรมสิ่งนี้เป็นอิทธิบาท ๔ ธรรมสิ่งนี้เป็นอินทรีย์ ๕ ธรรมสิ่งนี้เป็นพละ ๕ ธรรมสิ่งนี้โพชฌงค์ ๗ ธรรมสิ่งนี้เป็นอัฏฐังคิกมรรค ๘ประการ ธรรมสิ่งนี้เป็นสมถกรรมฐาน ธรรมสิ่งนี้เป็นวิปัสสนากรรมฐาน ธรรมสิ่งนี้เป็นฌาน เป็นสมาบัติ เป็นวิชชา เป็นวิมุตติ เป็นกองจิตกองเจตสิก

เมื่อโยคาวจรได้อปิลาปนลักขณาสติ เตือนอารมณ์ให้ระลึกถึงธรรมดังนี้ ก็มิได้ส้องเสพซึ่งธรรมอันมิควรจะส้องเสพ กลับส้องเสพซึ่งธรรมควรจะส้องเสพดังนี้ ชื่ออปิลาปนลักขณาสติ

เปรียบปานดุจภัณฑาคาริกบุรุษผู้หนึ่งเป็นชาวคลังของบรมจักร ย่อมทูลบรมจักรตักเตือนให้ ระลึกถึงสมบัติทุกเช้าเย็น ทูลว่าเครื่องประดับช้างเท่านั้น ม้าเท่านั้น รถเท่านั้น พลเดินลำลองเท่านั้น ทองเท่านั้น เงินเท่านั้น ฉันใด

อปลาปนลักขณาสตินี้ไซร้ เมื่อบังเกิดก็เตือนอารมณ์ให้ระลึกถึงปฏิภาคธรรมทั้งหลาย คือกุศลอกุศลบาปบุญคุณโทษเปรียบดุจสีขาวกับดำ และเตือนอารมณ์ให้ระลึกว่า ธรรมสิ่งนี้คือสติปัฏฐาน เป็นอาทิฉะนั้น ก็ย่อมส้องเสพซึ่งธรรมอันควรจะเสพ อปิลาปนลักขณาสตินี้เตือนอารมณ์ให้ระลึกไปในเบื้องหน้าเบื้องหลัง เหมือนชาวคลังระลึกทูลเตือนบรมจอมจักรพรรดิให้ระลึกถึงสมบัตินั้น

อุปคัณหณลักขณาสติ

อุปคัณหณลักขณาสตินั้น เมื่อจะบังเกิดในสันดานนี้ ชักชวนให้ถือเอาคติในธรรมอันดี พระโยคาวจรเจ้าเมื่ออุปคัณหณลักขณาสติบังเกิดในสันดาน ย่อมพิจารณาว่า

ธรรมสิ่งนี้มีอุปการธรรม สิ่งนี้หาอุปการมิได้
๐ ก็นำเสียซึ่งธรรมอันมิได้เป็นประโยชน์ ถือเอาธรรมอันเป็นประโยชน์
๐ นำเสียซึ่งธรรมอันมิได้เป็นอุปการ ถือเอาแต่ธรรมอันเป็นอุปการ
๐ อุปคัณหณลักขณาสตินั้นมีลักษณะละเสียซึ่งสิ่งอันชั่ว ถือเอาแต่สิ่งอันดี

เปรียบปานดุจนายประตูของบรมกษัตริยาธิราช
๐ ถ้าเห็นผู้ใดประหลาดเข้าไปสู่ประตูพระราชวังนั้น ก็ห้ามเสียมิให้เข้าไป
๐ ผู้ใดที่เป็นอุปการแก่บรมกษัตริย์เจ้า คือ ข้าเฝ้าผู้ใหญ่ผู้น้อยนั้นก็ปล่อยให้เข้าไปสู่พระราชฐาน

“อุปคัณหณลักขณาสติ” ถือเอาแต่ธรรมอันเป็นคุณ เว้นเสียซึ่งธรรมอันมิได้เป็นคุณ ดุจนายประตูอันห้ามเสียซึ่งคนใช่ข้าเฝ้า ถือเอาแต่ข้าเฝ้าที่คุ้นเคยให้เข้าไปสู่พระราชฐาน

สติเป็นอุปคัณหณลักขณาสติเว้นสียซึ่งสิ่งอันเป็นโทษถือเอาซึ่งธรรมอันเป็นประโยชน์เป็นคุณ ชื่อว่ามีสติเป็นอุปคัณหณลักขณาสติ

สมด้วยพระพุทธฎีกา สมเด็จพระบรมนายกโลกนาถศาสดาจารย์ประทานพระสัทธรรมเทศนา ว่า
สติ จ โข อหํ ภิกฺขเว สพฺพตฺถิกํ วทามิ พระพุทธฎีกาตรัสว่า ภิกฺขเว

ดูรานะภิกษุทั้งหลาย พระตถาคตนี้สรรเสริญว่า
สติให้สำเร็จประโยชน์นำเสียซึ่งโทษ นี่แหละพระพุทธฎีกาโปรดไว้ฉะนี้

เพิ่มเติม : จากมิลินทปัญหา มักกฏกวรรค ที่ ๖

ผู้มีศักดิ์เป็นอัครกษัตริยฺอันประเสริฐ ธรรมดาว่าแมงมุมนั้นย่อมชักใยเป็นข่ายเป็นเพดานไว้ สัตว์ทั้งหลายคือแมลงหวี่แหละแมลงวัน บินไปติดอยู่ที่ข่ายที่เพดานนั้น แมงมุมก็บริโภคสัตว์ที่ติดข่ายนั้นเป็นภักษาหาร

ยถา มีครุวนาฉันใด พระโยคาวจรเจ้านั้น ก็ขึงเพดานคือ สติปัฏฐาน และปิดทวารทั้ง๖ ไว้ มาตรว่าแมลงวันคือกิเลสได้เข้าไปติดอยู่ในเพดานนั้น ก็พึงจับฆ่าเสียฉันนั้น นี่แหละเป็นองค์อัน ๑ แห่งแมงมุมชักใย

ยุติด้วยคำอันพระอนุรุทธเถรเจ้ากล่าวไว้ว่า
วิตานํเยว ฉทฺวาเรสุ สติปฏฺฐานวรุตฺตมํ
กิเลสา ตตฺถ ลคฺเคตฺวา หนฺตพฺพา เต วิปสฺสกา

แปลความว่า ธรรมดาโยคาวจรเจ้า อันเรียนวิปัสสนาพึงขึงเพดานคือสติปัฏฐาน ปิดทวารนั้น ๖ ไว้ เมื่อกิเลสเข้าไปอยู่ก็จับฆ่าเสียดังนี้

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
จากมิลินทปัญหา

Posted on October 8, 2015, in จากหนังสือธรรมอื่นๆ, ปกิณกะธรรม. Bookmark the permalink. Comments Off on ลักษณะของสติ.

Comments are closed.

%d bloggers like this: