ความหมายของคำว่าสติปัฏฐาน

ความหมายของคำว่าสติปัฏฐาน

สติปัฏฐาน เป็นศัพท์สมาสที่มาจากศัพท์ ๒ ศัพท์ คือ “สติ” + “ปัฏฐาน

คำว่า สติ มีรากศัพท์มาจากคำว่า สํสรติ ซึ่งมีความหมายว่า การจำ แต่เมื่อกล่าวโดยนัยของ “สติเจตสิก”

สติ จะ หมายถึง การระลึกได้ในอารมณ์ การจดจ่ออยู่กับปัจจุบันขณะ การระลึกรู้ความตื่นตัว ทั่วพร้อม และความใส่ใจไม่ประมาท มากกว่าการจดจำเรื่องในอดีต

สติ แปลว่า การระลึกรู้อารมณ์ที่ผ่านมาแล้ว ระลึกรู้อารมณ์ที่ยังมาไม่ถึง หรืออาจเป็นการระลึกรู้อกุศลกรรมซึ่งเคยธรรมมาก่อน การระลึกรู้เช่นนี้ไม่จัดเป็นสติตามหลักการปฏิบัติธรรม เพราะสติตามนัยนี้เป็นสภาวธรรมฝ่ายดี หมายถึง การระลึกรู้สภาวธรรมปัจจุบันภายในร่างกายที่ ยาวว่า หนาคืบ กว้างศอก มีใจครอง การระลึกรู้สภาวธรรมที่ปรากฏอยู่เฉพาะหน้าในปัจจุบันขณะ จัดว่าเป็นสภาวธรรมที่กำลังเกิดขึ้นกับเราในปัจจุบันขณะและเป็นอารมณ์ของการเจริญสติปัฏฐาน เช่นสภาวธรรมทางจิตที่ประกอบด้วยความโกรธ ความฟุ้ง หรือสภาวธรรมทางกายเช่นการเคลื่อนไหวของเท้า การปฏิบัติธรรม พึงจดจ่อตามรู้ปัจจุบันอารมณ์อย่างเดียว

สติมีลักษณะ ทำให้จิตใจไม่เลื่อนลอย (อปิลาปนลักขณา) หมายถึง จิตไม่ซัดส่ายฟุ้งซ่านไปในอารมณ์อื่นจากปัจจุบันที่กำหนดอยู่ โดยไม่คิดถึงอดีตหรืออนาคต

ปัฏฐาน แปลว่า เข้าไปตั้งไว้ หมายถึง ความจดจ่ออย่างต่อเนื่อง การสร้างขึ้น การนำมาใช้ การทำให้ปรากฏขึ้นและตั้งอยู่อย่างแนบแน่นและมั่นคง ความจดจ่อ หมายถึง การกำหนดรู้อารมณ์กรรมฐานโดยละเอียด ความต่อเนื่องคือ การตามรู้สภาวธรรมปัจจุบันโดยไม่ขาดจังหวะ ไม่ว่าอารมณ์นั้นจะเกิดขึ้นทางทวารใดก็กำหนดรู้ได้ทันปัจจุบัน

คำว่า สติปัฏฐาน จึงหมายถึง การทำให้สติเกิดขึ้น และ ดำรงอยู่อย่างแน่นแฟ้นมั่นคง และ แนบสนิทกับอารมณ์ที่กำลังกำหนดรู้อยู่การระลึกรู้เช่นนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า สุปฺปติฏฺฐิต สติ หรือ สติที่ตั้งมั่นด้วยดี

เป็นการกำหนดรู้สภาวธรรมปัจจุบันโดยจดจ่อสภาวธรรมปัจจุบันในแต่ละขณะอย่างต่อเนื่อง ความจดจ่อมีลักษณะเพ่งจิตลงไปที่อารมณ์กรรมฐาน และกำหนดรู้อย่างครบถ้วนบริบูรณ์

คำว่าสติปัฏฐาน เป็นไวพจน์ของสัมมาสติ คือ การระลึกชอบ พระพุทธองค์ตรัสว่า สัมมาสติมีอารมณ์ ๔ ประเภท คือ กองรูป เวทนา จิต และสภาวธรรม

ฐานทั้งสี่ของสติ
การดำรงสติไว้ที่ฐานทั้งสี่มีสาระสำคัญเหมือนกันเพียงประการเดียวก็คือ การน้อมจิตมาระลึกรู้สภาพธรรมตามความเป็นจริงอย่างมีสติฐานทั้งสี่นี้จำแนกออกตามอารมณ์หรือ สิ่งที่จิตไปกำหนดรู้ ๔ อย่าง คือ

๑ ร่างกาย (กาย)
๒ ความรู้สึก (เวทนา)
๓ สภาวะการระลึกรู้ของจิต (จิต)
๔ อารมณ์ที่จิตเข้าไประลึกรู้ (ธรรม) หมายรวมถึงสภาพธรรมต่างๆ เช่น นิวรณ์ทั้งห้า ขันธ์ห้า อายตนะภายในทั้งหกอายตนะภายนอกทั้งหก โพชฌงค์เจ็ด และอริยสัจสี่)

สรุปสติ และสติปัฏฐาน ๔ ในแนวทางของการปฏิบัติธรรม

สติ คือ การระลึกรู้ในอารมณ์ปัจจุบัน ระลึกรู้ในสภาวธรรมที่ปรากฏอยู่เฉพาะหน้าในปัจจุบันขณะ

สติปัฏฐาน คือ การระลึกรู้ในอารมณ์ปัจจุบัน ระลึกรู้ในสภาวธรรมที่ปรากฏอยู่เฉพาะหน้าในปัจจุบันขณะ เป็นการกำหนดรู้สภาวธรรมปัจจุบันโดยจดจ่อสภาวธรรมปัจจุบันในแต่ละขณะอย่างต่อเนื่อง ความจดจ่อมีลักษณะเพ่งจิตลงไปที่อารมณ์กรรมฐาน และกำหนดรู้อย่างครบถ้วนบริบูรณ์ น้อมระลึกไปในฐานทั้ง ๔ คือ กาย เวทนา จิต ธรรม

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
รวมรวมและสรุปความหมายของคำว่าสติปัฏฐาน ๔
จากหนังสือ :
๑. โพธิปักขิยธรรม พระคันธสาราภิวงศ์
๒. หนังสือความหมายของคำว่าสติปัฏฐาน ท่านอูบัณฑิต

Posted on October 8, 2015, in จากหนังสือธรรมอื่นๆ, ปกิณกะธรรม, สยาดอร์ อู บัณฑิตา. Bookmark the permalink. Comments Off on ความหมายของคำว่าสติปัฏฐาน.

Comments are closed.

%d bloggers like this: