แนวทางปฏิบัติ ๔ อย่าง

การบรรลุธรรมด้วยประสบการณ์ของตนเอง

การระลึกถึงพระพุทธองค์หรือพระพุทธคุณเป็นสิ่งงดงามและสำคัญ แต่การได้เห็นธรรมเท่านั้นจึงจะทำให้ผู้ปฏิบัติสามารถเห็นพระพุทธองค์ได้อย่างแท้จริง

ดังที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า “ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นชื่อว่าเห็นตถาคต”

การเจริญพุทธานุสสติที่แท้จริง หมายถึง การเจริญรอยตามพระยุคลบาท ด้วยการปฏิบัติตามพระธรรมวินัยเท่านั้น จึงจะเป็นการสนองเจตนารมณ์อันเปี่ยมด้วยพระกรุณาธิคุณของพระพุทธองค์

เพื่อให้ได้ประโยชน์จากพระธรรมวินัย ผู้ปฏิบัติธรรมควรปฏิบัติตามแนวทาง ๔ อย่าง ที่แสดงไว้ในพระบาลีว่า

๑. สัปปุริสสังเสวะ : การคบหากับกัลยาณมิตร (มิตรดี ได้แก่ วิปัสสนาจารย์ และเพื่อนสหธรรมิก เป็นต้น) ผู้มีความรู้และสามารถสั่งสอนพระธรรม

๒. สัทธัมมัสสวนะ : การรับฟังพระธรรม คำสั่งสอนที่ถูกต้อง

๓. โยนิโสมนสิการ : การกระทำไว้ในใจอย่างแยบคาย รวมถึงการดำเนินชีวิตอย่างชาญฉลาด ตลอดจนการธำรงรักษาพฤติกรรมที่ถูกต้องดีงามในทุกๆ สถานการณ์

๔. ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ : ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม

ทุกวันนี้คนจำนวนมากยังไม่คุ้นเคยกับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา และยังนำพระธรรมไปปฏิบัติได้อย่างไม่ถูกต้อง บุคคลเหล่านี้จึงตกไปจากหนทางที่ถูกต้อง

หากผู้ปฏิบัติยึดแนวทางทั้ง ๔ ข้างต้น อย่างระมัดระวัง การปฏิบัติธรรมก็จะส่งผลอย่างคุ้มค่า หาไม่แล้วผู้ปฏิบัติอาจสูญเสียโอกาสอันล้ำค่าที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ไปอย่างน่าเสียดาย

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
จากหนังสือ “ความงามแห่งจิต”
สยาดอ อู บัณฑิตะ

Posted on May 4, 2016, in ความรู้เพื่อการปฏิบัติ, ปกิณกะธรรม, สยาดอร์ อู บัณฑิตา. Bookmark the permalink. Comments Off on แนวทางปฏิบัติ ๔ อย่าง.

Comments are closed.

%d bloggers like this: