Category Archives: หนังสือธรรมะดาวน์โหลด (รวม)

หนังสือโอกาสอันทรงค่าของชีวิต

หนังสือโอกาสอันทรงค่าของชีวิต
แปลจากบทนำของหนังสือ โพธิปักขิยทีปนี
ซึ่งรจนาโดย…พระอาจารย์ แลดี สยาดอ อัครมหาบัณฑิต
ดาวน์โหลด >>> คลิกที่นี่
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

ปัญญา

เมล็ดพันธุ์แห่งปัญญา ได้แก่ การเจริญสติให้เกิดความเห็นแจ้งเข้าใจในรูป (สภาวธรรมทางกาย), นาม (สภาวธรรมทางจิต), ขันธ์ (ส่วนประกอบ ๕ อย่างที่ประชุมรวมเข้าเป็นชีวิต), อายตนะ (แดนต่อหรือแดนเกิดของความรับรู้), ธาตุ (สภาพรู้), สัจจะ (ความจริง), ปฏิจจสมุปปบาท (การที่ธรรมทั้งหลายอาศัยกันและกัน จึงเกิดมีขึ้น) และการเจริญปัญญาให้เห็นแจ้งแทงทะลุในไตรลักษณ์ของสรรพสิ่ง อันได้แก่ อนิจจัง (ความไม่เที่ยงแท้ถาวร), ทุกขัง (ความเป็นทุกข์ ไม่น่าพึงพอใจ) และอนัตตา (ความไม่ใช่ตัวตน)

ในบรรดาเมล็ดพันธุ์ของมัคคญาณและผลญาณทั้ง ๓ ดังกล่าวมานี้ ศีลและสมาธิเปรียบเสมือนเครื่องประดับที่แต่งแต้มโลกให้งดงามยิ่งขึ้น ศีลและสมาธิยังคงมีอยู่แม้ในช่วงสุญญกัปที่ไม่มีพระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นในโลก บุคคลจึงสามารถเก็บเกี่ยวสั่งสมเมล็ดพันธุ์แห่งศีลและสมาธิได้ทุกเมื่อที่ปรารถนา ซึ่งแตกต่างจากเมล็ดพันธุ์แห่งปัญญาที่ว่าด้วยรูป (สภาวธรรมทางกาย), นาม (สภาวธรรมทางจิต), ขันธ์ (ส่วนประกอบ ๕ อย่างที่ประชุมรวมเข้าเป็นชีวิต), อายตนะ (แดนต่อหรือแดนเกิดของความรับรู้), ธาตุ (สภาพรู้), สัจจะ (ความจริง), ปฏิจจสมุปปบาท (การที่ธรรมทั้งหลายอาศัยกันและกัน จึงเกิดมีขึ้น) เพราะเมล็ดพันธุ์แห่งปัญญาจะสั่งสมได้ก็ต่อเมื่อผู้นั้นได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนาเท่านั้น

เมื่อมิได้พบพระพุทธศาสนา บุคคลนั้นจะไม่มีโอกาสได้ยินถ้อยคำแม้สักคำเดียวที่เกี่ยวเนื่องด้วยปัญญา ไม่ว่าสุญญกัปอันเนิ่นนานราวไม่รู้จบนั้นจะยาวนานสักเพียงใดก็ตาม

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

หนังสือ โอวาทวันปิดการอบรม

หนังสือ โอวาทวันปิดการอบรม
พระครูภาวนาสมณวัตร วิ. (ประจาก สิริวณฺโณ)
ดาวน์โหลด : >>> คลิกที่นี่
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

ตราบใดที่อกุศลยังอยู่ เราจะไม่ทิ้งการปฏิบัติ

วันนี้เป็นโอกาสอันดีที่เราได้มีโอกาสมาเข้าประพฤติปฏิบัติและทำตามคำสั่งสอนที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทานไว้ เมื่อเรารู้หลักการแล้ว ต่อไปภายหน้าเมื่อเริ่มอีกครั้งการประพฤติปฏิบัติของเราก็น่าจะราบรื่นขึ้น ติดขัดน้อยลง ไม่ต้องแก้ไขอะไรกันมากมายและแก้ไขได้โดยไม่ยาก เพราะส่วนหนึ่งเราเริ่มเข้าใจกันมาบ้างแล้ว

เพราะฉะนั้น เมื่อได้เรียนรู้วิธีการขององค์สมเด็จพ่อไปแล้วก็อย่าปล่อยทิ้งไว้กลางทาง อย่าได้ออกจากสำนักนี้ไปแล้วปล่อยทิ้งเสียเลย พึงตั้งจิตให้มั่นคงว่าตราบใดที่อกุศลยังไม่หมดไปจากหัวใจเรา ตราบนั้นเราจะไม่ทิ้งความพยายาม ตราบใดที่อกุศลยังอยู่เราจะไม่ทิ้งการปฏิบัติ ถึงแม้จะกลับไปอยู่บ้านเราก็จะไม่ทอดทิ้งการปฏิบัติ

กระนั้นก็ตาม การปฏิบัติเมื่อกลับไปอยู่ที่บ้านก็คงค่อนข้างลำบากอยู่สักหน่อย ไม่เหมือนกับการมาปฏิบัติในสำนักซึ่งทำได้เต็มที่ เพราะเราสละภารกิจการงานทุกอย่างมาแล้ว จึงทำได้ง่ายและเต็มที่ตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งหลับไป ไม่มีใครรบกวนเรา แต่เมื่อกลับไปอยู่ที่บ้าน เราจะต้องทำกรรมฐานพร้อมกับการทำงาน ต้องติดต่อกับผู้คน ต้องวุ่นวายกับธุระมากมาย จึงค่อนข้างจะยากกว่าในสำนัก

…………………………………………………………

ใครประกาศอิสระภาพ

หลังจากที่เราปฏิบัติธรรมจนครบกำหนดเวลาแล้วนี้ กลับมิใช่ตัวเราที่ได้โอกาสประกาศอิสรภาพ หากแต่เป็นกิเลสต่างหากที่ได้โอกาสประกาศอิสรภาพ กิเลสรู้ดีว่านักปฏิบัติจะออกจากกรรมฐานกันวันนี้จึงตั้งท่าตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ยังไม่ทันจะได้ลากรรมฐานเลยก็ดีอกดีใจประกาศอิสรภาพ เมื่อใดก็ตามที่กิเลสประกาศอิสรภาพเราก็ตกเป็นทาสกิเลสอีกเหมือนเดิม

เราพร้อมเสมอที่จะตกเป็นทาส พร้อมเสมอที่จะเปิดโอกาสให้กิเลสเกิดได้เต็มที่ กิเลสคงสบายใจ จะทำอะไรจะดูอะไรก็ตามใจตัวเองได้แล้ว เพราะตอนกำลังปฏิบัติอยู่นั้น รู้สึกทำตามใจตัวเองไม่ได้เลยสักอย่างเดียว การจราจรหน้าสำนักเราในวันปิดการอบรมคงจะติดขัดมาก เพราะกิเลสพากันเอากลองยาวมาแห่รับนักปฏิบัติกลับไป กิเลสของพระก็แห่พาพระกลับวัด กิเลสของโยมก็แห่พาโยมกลับบ้าน

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

 

ดาวน์โหลดหนังสือ “ปุจฉา-วิสัชชนา วิปัสสนาภาวนา”

หนังสือปุจฉา-วิสัชชนา วิปัสสนาภาวนา
พระกัมมัฏฐานาจริยะ อู บัณฑิตาภิวังสะ

ดาวน์โหลดหนังสือ คลิกที่นี่ >>> ปุจฉา-วิสัชชนา วิปัสสนาภาวนา
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

หนังสือ “ปุจฉา-วิสัชชนา วิปัสสนาภาวนา” นี้เรียบเรียงมาจากธรรมบรรยายของพระกัมมัฏฐานาจริยะ อู บัณฑิตาภิวังสะ แห่งสำนักวิปัสสนากรรมฐานบัณฑิตาราม ประเทศสหภาพพม่า คำถามคำตอบที่ปรากฏในหนังสือนี้เป็นเพียงส่สนหนึ่งของธรรมบรรยาย ที่หลวงพ่ออูบัณฑิตาแสดงแก่โยคีที่เข้าอบรมสติปัฏฐานภาวนา ที่สำนักของท่านเมือปี ๒๕๔๕-๒๕๔๖ ระหว่างเดือนธันวาคมถึงมกราคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สำนักฯ จะจัดโครงการอมรมวิปัสสนากรรมฐานให้แก้โยคีชาวต่างประเทศเป็นประจำทุกปี

ข้อความ จากคำนำ
พิชิต-วิธัญญา ภัทรวิมลพร
ตุลาคม ๒๕๔๖
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

ดาวน์โหลดหนังสือ “เตลกฏาหคาถา”

หนังสือเตลกฏาหคาถา
ดาวน์โหลดหนังสือ คลิกที่นี่ >>> เตลกฏาหคาถา
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

เตลกฏาหคาถา แปลว่า “บทร้อยกรองที่กล่าวในกะทะน้ำมัน” เป็นวรรณกรรมบาลีประเภทร้อยกรอง มีคาถา 100 บท แต่เป็นวสันตดิลก 14 พยางค์ล้วนๆ

ท่านผู้ประพันธ์ได้ตกแต่งเสียงและความหมายไว้อย่างไพเราะสละสลวย มีเสียงราบรื่นคล้องจองสัมผัสเป็นเสาวพจน์ จัดเป็นวรรณกรรมที่ยิ่งใหญ่ และเป็นแบบฉบับในการแต่งบาลีของอนุชนรุ่นหลัง

คัมภีร์นี้กล่าวถึงหลักธรรมในพระพุทธศาสนา เริ่มตั้งแต่พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ การระลึกถึงความตาย พระไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ตลอดจนโทษของการทำบาป โดยท่านผู้ประพันธ์มุ่งเตือนสติชาวพุทธไม่ให้ประมาทในการบำเพ็ญคุณงามความดี

ความเป็นมาของคาถามีปรากฏในคัมภีร์รสวาหินี ดังนี้

พระเจ้ากัลยาณิยติสสะ ครองเมืองกัลยาณี ณ ประเทศศรีลังกา ระหว่างพุทธศักราช 237 – 238 ทรงมีพระอนุชาเป็นอุปราชซึ่งได้ศึกษาศิลปวิทยาในสำนักของพระกัลยาณิยะเถระ และเขียนลายพระหัตถ์คล้ายคลึงกับลายมือของพระเถระ เมื่อในหลวงทรงทราบว่าพระอนุชาเกิดความสิเนหาในพระมเหสีจึงมีรับสั่งให้ตามจับพระอนุชาซึ่งเสด็จหนีไป

ต่อมาพระอนุชาให้คนปลอมตัวเป็นพระถือสาส์นรักไปเฝ้าพระมเหสี พระปลอมถือโอกาสติดตามพระกัลยาณิยะเถระ เข้าพระราชวัง เมื่อพระปลอมฉันภัตตาหารแล้วก่อนจะลุกกลับไป ได้แอบโยนสาส์นรักไปให้พระมเหสี แต่บังเอิญพระราชาทอดพระเนตรเห็น และเข้าใจว่าเป็นสาส์นของพระเถระ จึงรับสั่งให้จับพระเถระโยนใส่กะทะน้ำมันที่เดือดพล่าน

ในขณะนั้นมีแก้วอินทนิลผุดขึ้นมาเป็นที่นั่งรองรับในกะทะน้ำมัน พระเถระได้เจริญวิปัสสนาจนบรรลุอรหันตผล เมื่อได้พิจารณากรรมเก่าของตนจึงทราบว่าในชาติก่อนเคยเกิดเป็นเด็กเลี้ยววัวและได้โยนแมลงวันตัวหนึ่งเข้าไปในน้ำนมที่เดือดพล่าน ครั้งนี้จึงไม่อาจหลีกเลี่ยงผลกรรมได้ ท่านจึงกล่าวคาถาเพื่อสั่งสอนชาวพุทธไม่ให้มัวเมาประมาท ก่อนที่จะปรินิพพานในที่นั้น

เนื่องจากท่านกล่าวคาถาในกะทะน้ำมัน จึงปรากฏนามว่า “เตลกฏาหคาถา” คือ “บทร้อยกรองที่กล่าวในกะทะน้ำมัน”

ข้อความจาก อารัมภบท
โดยพระคันธสาราภิวงศ์
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

หนังสือ สอบอารมณ์ ส่งอารมณ์

หนังสือ สอบอารมณ์ ส่งอารมณ์
คู่มือเพื่อความเข้าใจในการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน
พระครูภาวนาสมณวัตร วิ. (ประจาก สิริวณฺโณ)
ดาวน์โหลด : >>> คลิกที่นี่
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

อนุโมทนากถา

เมื่อก่อนไม่เคยคิดว่า การสอบอารมณ์นั้นจะเป็นเหตุให้ นักปฏิบัติต้องเกิดความวิตกกังวลหวาดกลัวต่อการสอบอารมณ์

เมื่อก่อนได้แต่นึกว่า นักปฏิบัติคงเข้าใจเกี่ยวกับการน้อมใจ ส่งใจไปดูอาการต่างๆ ของกายของธาตุแล้ว

เมื่อก่อนนึกในใจว่า นักปฏิบัติคงเข้าใจเกี่ยวกับระยะการเดิน จงกรมว่านำเอาอะไรมาจัดเป็นระยะ๑ เป็นต้นแล้ว

ภายหลังได้ทราบความเป็นจริงว่านักปฏิบัติหาได้เป็นอย่างที่คิดไม่ ด้วยเหตุนี้จึงมีวิธีการสอบอารมณ์ใหม่ให้แก่ผู้ปฏิบัติธรรม

อาศัยความเมตตาของท่านอาจารย์พระมหาทองมั่น สุทฺธจิตฺโตที่มีต่อนักปฏิบัติธรรม จึงได้ทำการถอดเทปในการสอบอารมณ์ออก มาจัดเป็นรูปเล่มหนังสือแจกจ่ายแก่ผู้ปฏิบัติธรรมได้ศึกษาไว้ก่อนการปฏิบัติ จะได้ช่วยให้นักปฏิบัติได้เกิดความเบาใจและปฏิบัติได้ถูกต้อง

อนุโมทนากถา และได้อาศัยความเมตตาปรารถนาดีจากคุณมณฑาทิพย์ คุณวัฒนา และคณะ ได้ทำการเรียบเรียงออกมาพร้อมทั้งได้ช่วยเป็นเจ้าภาพร่วมจัดพิมพ์อีกด้วย

จึงขออนุโมทนาสาธุการในกุศลเจตนาอันดีงามของท่านทั้งหลายไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย

ขอให้ท่านทั้งหลายผู้ที่มีส่วนร่วมในการจัดทำหนังสือเล่มนี้ ให้สำเร็จด้วยกำลังกาย-ใจ และกำลังทรัพย์ จงเป็นผู้รู้ธรรม เห็นธรรม บรรลุธรรม ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเภทสุขาปฏิปทาขิปปาภิญญาบุคคล รู้ได้ไว สะดวกสบายด้วยกันทุกๆ ท่านเทอญ

ปญฺญา โลกสฺมึ ปชฺโชโต

พระครูภาวนาสมณวัตร วิ.
(ประจาก สิริวณฺโณ)

…………………………………………………….

บทนำ

ผู้ปฏิบัติธรรมใหม่ๆ มักจะสงสัยคำว่า ‘สอบอารมณ์’ และ ‘ส่งอารมณ์’ ว่าคืออะไร เขาทำอะไรกัน เมื่อไม่รู้ก็พาลจะกังวลวุ่นวายใจ แม้แต่บางคนที่พอรู้คร่าวๆ ก็กังวลหนักใจ ใจเต้นจนไม่เป็นอันปฏิบัติ เพราะกลัวการ ‘สอบอารมณ์’ ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ปฏิบัติมือเก่า แล้วแต่ยังส่งอารมณ์ไม่เป็นก็มีอยู่ไม่น้อยเลย จึงได้ดำริจัดทำหนังสือ เล่มน้อยนี้ขึ้น เพื่อซักซ้อมความเข้าใจเบื้องต้นให้ผู้ปฏิบัติได้เข้าใจว่า ที่เรามา ‘สอบอารมณ์’ นี้เป็นอย่างไร จะได้ไม่ต้องหนักใจ เกิดความ เบาใจในเรื่องการสอบอารมณ์เสียที

คำว่า ‘ส่งอารมณ์ เป็นหน้าที่ของผู้ปฏิบัติธรรมที่จะมา รายงานการปฏิบัติของตนเองให้ครูบาอาจารย์ฟัง โดยเล่าตามที่ เราประพฤติปฏิบัติมา ว่าขณะที่ปฏิบัตินี้เราไปรู้ไปเห็นมาอย่างไร

ยกตัวอย่างง่ายๆ เหมือนเราไปเห็นปากกามาด้ามหนึ่ง แล้วเล่าต่อให้เพื่อนฟังว่า “ปากกา มีรูปร่างเป็นแท่งกลมๆ มี ๒ สี สีขาวใสกับสีม่วงมีที่เปิดอยู่ข้างบน ที่ปิดอยู่ด้านข้าง” ที่เราสามารถเล่าให้เพื่อนฟังได้ ก็เพราะเราเคยเห็นมาแล้ว จึงไม่รู้สึกหนักใจที่จะต้องเล่าให้เพื่อนฟัง

เช่นเดียวกันกับการที่เราเดินจงกรม “ขวาย่างหนอ ซ้ายย่างหนอ” ตามดูอาการเคลื่อนไหวของเท้า ยกขึ้นมารู้สึกหนักเบาอย่างไร เวลาย่างรู้สึก มีลมพัดผ่านอย่างไร เหยียบลงสัมผัส รู้สึกเย็นร้อนอ่อนแข็งอย่างไรเราก็เล่าตามที่เราไปรู้ไปเห็นมาให้ครูบาอาจารย์ฟัง ไม่ใช่เรื่องน่าหนักใจอะไร

ฉะนั้น การส่งอารมณ์จึงไม่ใช่เรื่องต้องกังวล เพราะเป็นเรื่องที่เราไปรู้ไปเห็นมา แล้วมาเล่าให้ครูบาอาจารย์ฟังเท่านั้นเอง

คำว่า ‘สอบอารมณ์ เป็นเรื่องของครูบาอาจารย์ ท่านจะสอบถามเกี่ยวกับการปฏิบัติของโยคีว่าเป็นอย่างไร กำหนดอย่างไร กำหนดแล้วมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เป็นอย่างไรบ้าง ครูบาอาจารย์จะสอบถาม เพื่อสอบทานว่าเราปฏิบัติได้ถูกผิดอย่างไร จะได้ช่วยแก้ไขหรืออธิบายเพิ่มเติม หากเรายังเข้าใจไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ ก็เพื่อเกื้อหนุนการปฏิบัติของเรานั่นเอง เมื่อครูบาอาจารย์สอบถามมา เราก็ตอบท่านไป มีเท่านั้นเอง

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

วัมมิกสูตร : ว่าด้วยปริศนาจอมปลวก

ข้อความจากวัมมิกสูตร : ว่าด้วยปริศนาจอมปลวก

เจ้าจงใช้ ปัญญาเพียงดั่งศาตรา
ยกลิ่มสลักขึ้น คือจงละอวิชชาเสีย จงขุดมันขึ้นเสีย.

เจ้าจงใช้ปัญญาเพียงดั่งศาตรา
ยกอึ่งขึ้นเสีย คือจงละความคับแค้นด้วยสามารถความโกรธเสีย จงขุดมันเสีย.

เจ้าจงใช้ปัญญาเพียงดังศาตรา 
ก่นทาง ๒ แพร่งเสีย คือจงละวิจิกิจฉาเสีย จงขุดมัน เสีย

เจ้าจงใช้ปัญญาเพียงดังศาตรา
ยกหม้อกรองน้ำด่างขึ้นเสีย คือจงละนิวรณ์ ๕ เสีย จงขุดขึ้นเสีย.

เจ้าจงใช้ปัญญาเพียงดังศาตรา
ยกเต่าขึ้นเสียคือ จงละอุปาทานขันธ์ ๕ เสีย จงขุดขึ้นเสีย.

เจ้าจงใช้ปัญญาเพียงดังศาตรา
ยกเขียงหั่นเนื้อเสีย
คือ จงละกามคุณ ๕ เสีย จงขุดขึ้นเสีย.

เจ้าจงใช้ปัญญาเพียงดังศาตรา
ยกชิ้นเนื้อขึ้นเสีย คือ จงละนันทิราคะ จงขุดขึ้นเสีย

นาคนั้น เป็นชื่อของ ภิกษุผู้ขีณาสพ
นาคจงหยุดอยู่เถิด เจ้าอย่าเบียดเบียนนาค จงทำความนอบน้อมต่อนาค

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๒
มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์
โอปัมมวรรค
วัมมิกสูตร
อ่านพระสูตร คลิกที่นี่ >>>> วัมมิกสูตร

หนังสือ “วัมมิกสูตร ปริศนาแห่งจอมปลวก”
โดย.. พระโสภณมหาเถระ (มหาสีสยาดอ)
ดาวน์โหลดหนังสือ คลิกที่นี่ >>>> หนังสือวัมมิกสูตร

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
ฟังธรรมบรรยาย วัมมิกสูตร
หลวงพ่อประจาก สิริวณฺโณ
:
ตอนที่ ๑

วัมมิกสูตร : ประวัติพระกุมารกัสสปะ
:

:
:
ตอนที่ ๒
:

:
:
ตอนที่ ๓
:

:
:
ตอนที่ ๔
:

:
:
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

 

หนังสือ รู้แจ้งในชาตินี้

หนังสือ รู้แจ้งในชาตินี้
ดาวน์โหลดหนังสือ (ฉบับรวมเล่ม) : คลิกที่นี่ => ฉบับรวมเล่ม

ดาวน์โหลดหนังสือ (เล่มเล็ก) มี 5 เล่ม
เล่ม 1 : บทที่ 1 การอบรมศีล และเจริญภานาเบื้องต้น และ บทที่ 5 วิปัสสนาญาณ
: คลิกที่นี่ => เล่ม 1

จัดพิมพ์โดย ชมรมกัลยาณธรรม 4 เล่ม
เล่ม 2 : บทที่ 2 รู้แจ้งปรมัตถธรรมด้วยการเจริญพละ 5 : คลิกที่นี่ => เล่ม 2
เล่ม 3 : บทที่ 3 กองทัพทั้งสิบของมาร : คลิกที่นี่ => เล่ม 3
เล่ม 4 : บทที่ 4 โพชฌงค์  : คลิกที่นี่ => เล่ม 4
เล่ม 5 : บทที่ 6 ราชรถสู่พระนิพพาน  : คลิกที่นี่ => เล่ม 5

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

หลวงพ่อ อูบัณฑิตา ได้กล่าวไว้ตอนหนึ่งในหนังสือเล่มนี้ว่า

“แรงบันดาลใจในการปฏิบัติธรรมที่แท้จริง ควรมาจากความเชื่อที่ว่า ที่สุดของทุกข์มีอยู่ และเราสามารถทำให้ถึงความสิ้นทุกข์ได้ด้วยการปฏิบัติธรรม”

ผู้ที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ จะสามารถสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นของหลวงพ่อ ในการสร้างกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติไม่ย่อท้อที่จะเดินตามทางสายเอก คือ สติปัฏฐานวิปัสสนาภาวนา เพราะผู้ปฏิบัติถูกตรงย่อมสามารถรู้แจ้งธรรมได้ในชาตินี้ ลีลาในการสอนของหลวงพ่อ แม้จะดูง่ายๆ อ่อนโยน ตรงไปตรงมา เปี่ยมด้วยเมตตา แต่ก็แฝงด้วยความจริงจัง คมชัด ลุ่มลึก และงดงามเป็นอย่างยิ่ง

ข้อความส่วนหนึ่งจากคำนำ โดยผู้แปล
พิชิต – วิธัญญา ภัทรวิมลพร
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

รู้จักพระไตรปิฎก ให้ชัด ให้ตรง

หนังสือ “รู้จักพระไตรปิฎก ให้ชัด ให้ตรง”
พระพรหมคุณาภรณ์

ดาวน์โหลดหนังสือ คลิกที่นี่ =>  รู้จักพระไตรปิฎก ให้ชัด ให้ตรง
  
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

ปรารภ

หนังสือนี้ถือว่าเขียนพอเสร็จให้อ่านไปพลางก่อน เพราะเรื่องที่ปรารภเกิดขึ้นนานแล้วจึงทราบ ควรเร่งให้ความรู้กันไปขั้นหนึ่งก่อนไม่ให้เป็นความประมาท เมื่อใดทราบเรื่องราวที่เป็นไปละเอียดขึ้น ถ้าเวลาอำนวยและร่างกายยังไหว อาจจะได้ต่อได้เติม

เรื่องราวจำพวกปัญหาที่เกิดทยอยมาระยะนี้ แสดงชัดถึงสภาพของพุทธบริษัท ที่คนไทยเหินห่างจากเนื้อตัวของพระพุทธศาสนา ขาดความรู้หลักธรรมวินัย ไม่รู้จักคำพระคำวัดที่พูดจาคุ้นกันมาจนกลายเป็นคำพูดสามัญในสังคมไทย มีแต่ความเข้าใจผิดพลาดเพี้ยนกันไป เมื่อมีเรื่องจำพวกปัญหาเกิดขึ้น ถ้าไม่ถึงกับหลงไปตามเขา ก็มองไม่ออก ตัดสินไม่ได้

จำเป็นต้องรีบตื่นกันขึ้นมา ข้อสำคัญที่สุดอยู่ที่ต้องหาต้องให้ความรู้เข้าใจที่ถูกต้อง คือต้องศึกษา เมื่อรู้เข้าใจเพียงพอแล้ว มีอะไรเกิดขึ้นมา ก็สามารถพิจารณา มองออกและบอกได้ทันที

หนังสือ รู้จักพระไตรปิฎก ให้ชัด ให้ตรง นี้ มิใช่จะตอบโต้ใครแต่มุ่งรักษาประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ อย่างน้อยให้ปลอดพ้นความรู้ผิดเข้าใจพลาดที่เป็นภัยสำคัญ หลายอย่างคงจะยากสักหน่อย แต่ว่าด้วยเรื่องที่จำ เป็นต้องรู้ เพื่อมีคุณสมบัติสมกับที่ได้นับถือพระพุทธศาสนา จึงพึงอดทนศึกษา เหมือนเป็นเครื่องพิสูจน์ความเป็นพุทธศาสนิกชน

ผู้เขียน (พระพรหมคุณาภรณ์)
๑๒ มีนาคม ๒๕๕๘
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐