Category Archives: หนังสือหลวงพ่อประจาก

พระพุทธเจ้าองค์จริง พระพุทธเจ้าองค์แทน

หนังสือพระพุทธเจ้าองค์จริง พระพุทธเจ้าองค์แทน
พระครูภาวนาสมณวัตร วิ. (ประจาก สิริวณฺโณ)
ดาวน์โหลด : >>> คลิกที่นี่
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

พระพุทธเจ้าองค์จริง หมายความว่า ขณะที่วิปัสสนาญาณเกิดเราเห็นรูปนามตามความเป็นจริง โดยเริ่มแรกทีเดียวจะเป็นปัญญาเห็นแยกรูปแยกนาม เรียกว่า นามรูปปริจเฉทญาณ ขณะนั้นเปรียบเสมือนเราได้เริ่มเห็นชายจีวรพระพุทธเจ้ารำไรๆ เมื่อวิปัสสนาญาณสูงขึ้นไป ก็ชัดขึ้นๆ นี่เองที่แสดงว่าตัวพระพุทธเจ้าองค์จริงก็คือ วิปัสสนาญาณ อรหัตมรรค อรหัตผล เมื่อญาณปัญญาถึงที่สุดแล้วจึงจะเป็นพระพุทธเจ้าเต็มรูปแบบ หากยังเป็นญาณอื่นๆ ที่ไม่ใช่ อรหัตมรรค อรหัตผลก็ยังไม่เต็มองค์

ฉะนั้น พระพุทธเจ้าองค์จริงจะได้มาก็ต้องอาศัยการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน เราสามารถจะพบพระพุทธเจ้าองค์จริงได้หากเราเจริญวิปัสสนากรรมฐาน

ตามที่อาตมาได้กล่าวไปแล้วว่า พระพุทธเจ้าองค์แทนนี้เองที่จะส่งเราไปถึงพระพุทธเจ้าองค์จริงได้ ฉะนั้น ที่เรามาศึกษากัน ที่ครูบาอาจารย์มาสอนกันอยู่นี้ หาได้เป็นธรรมะของครูบาอาจารย์ไม่ เพราะเป็นธรรมะของพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ทรงมีพระนามอีกอย่างหนึ่งว่า พระธัมมัสสามี หมายถึง ผู้เป็นเจ้าของธรรม ดังนั้น พระสารีบุตรหรือ พระอัญญาโกณฑัญญะเป็นต้น แม้ได้บรรลุธรรมก็มิใช่ธรรมะของท่านเอง ท่านเป็นอนุพุทธ บรรลุรู้ตามที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้แล้ว ท่านอุปมาไว้ในอรรถกถาว่า “เหมือนอำมาตย์ที่นำราชโองการของพระเจ้าแผ่นดินมาอ่านให้ราษฎรฟัง” ราชโองการนั้นเป็นของพระเจ้าแผ่นดิน แต่ผู้ที่นำมาอ่านคืออำมาตย์หรือเสนาโองการนั้นมิได้เป็นของอำมาตย์ ในทำนองเดียวกัน ไม่ว่าใครจะแสดงธรรม ตั้งแต่พระสารีบุตรลงมาจนถึงใครก็สุดแล้วแต่ ธรรมที่แสดงก็หาได้เป็นของบุคคลผู้นั้น แต่อาศัยการศึกษาพระพุทธเจ้าองค์แทนมา แล้วนำมาเผยแพร่ต่อ

ฉะนั้น ที่เราได้รับการอบรมได้รับการศึกษากันอยู่นี้ เราอาศัยพระพุทธเจ้าองค์แทน คือพระไตรปิฎกธรรม ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ อันไม่สามารถประเมินค่าได้ เพราะธรรมที่พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้นั้น กว่าที่พระองค์จะทรงสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า ต้องทรงสร้างบารมีทรงเสียสละทั้งสมบัติภายนอก ทรงทิ้งความเป็นพระเจ้าจักรพรรดิทรงสละความเป็นพระเจ้าแผ่นดิน เป็นเศรษฐี ทรงสละทั้งเลือดเนื้อ และชีวิตของพระองค์เอง เพื่อแลกกับการได้สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า

ด้วยเหตุนี้ ธรรมแต่ละบทจึงมีค่าหาประมาณมิได้ เทียบไม่ได้แม้กับแผ่นดินหลายๆ ประเทศรวมกัน เพราะสิ่งที่ทรงเสียสละเพื่อให้ได้มามีค่ามากกว่าสิ่งเหล่านี้มากมายนัก ฉะนั้น ขอให้เราภูมิใจว่าเราได้ปฏิบัติตามคำสั่งสอนที่ล้ำค่าที่สุดหาประมาณมิได้

Advertisements

หนังสือ โอวาทวันปิดการอบรม

หนังสือ โอวาทวันปิดการอบรม
พระครูภาวนาสมณวัตร วิ. (ประจาก สิริวณฺโณ)
ดาวน์โหลด : >>> คลิกที่นี่
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

ตราบใดที่อกุศลยังอยู่ เราจะไม่ทิ้งการปฏิบัติ

วันนี้เป็นโอกาสอันดีที่เราได้มีโอกาสมาเข้าประพฤติปฏิบัติและทำตามคำสั่งสอนที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทานไว้ เมื่อเรารู้หลักการแล้ว ต่อไปภายหน้าเมื่อเริ่มอีกครั้งการประพฤติปฏิบัติของเราก็น่าจะราบรื่นขึ้น ติดขัดน้อยลง ไม่ต้องแก้ไขอะไรกันมากมายและแก้ไขได้โดยไม่ยาก เพราะส่วนหนึ่งเราเริ่มเข้าใจกันมาบ้างแล้ว

เพราะฉะนั้น เมื่อได้เรียนรู้วิธีการขององค์สมเด็จพ่อไปแล้วก็อย่าปล่อยทิ้งไว้กลางทาง อย่าได้ออกจากสำนักนี้ไปแล้วปล่อยทิ้งเสียเลย พึงตั้งจิตให้มั่นคงว่าตราบใดที่อกุศลยังไม่หมดไปจากหัวใจเรา ตราบนั้นเราจะไม่ทิ้งความพยายาม ตราบใดที่อกุศลยังอยู่เราจะไม่ทิ้งการปฏิบัติ ถึงแม้จะกลับไปอยู่บ้านเราก็จะไม่ทอดทิ้งการปฏิบัติ

กระนั้นก็ตาม การปฏิบัติเมื่อกลับไปอยู่ที่บ้านก็คงค่อนข้างลำบากอยู่สักหน่อย ไม่เหมือนกับการมาปฏิบัติในสำนักซึ่งทำได้เต็มที่ เพราะเราสละภารกิจการงานทุกอย่างมาแล้ว จึงทำได้ง่ายและเต็มที่ตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งหลับไป ไม่มีใครรบกวนเรา แต่เมื่อกลับไปอยู่ที่บ้าน เราจะต้องทำกรรมฐานพร้อมกับการทำงาน ต้องติดต่อกับผู้คน ต้องวุ่นวายกับธุระมากมาย จึงค่อนข้างจะยากกว่าในสำนัก

…………………………………………………………

ใครประกาศอิสระภาพ

หลังจากที่เราปฏิบัติธรรมจนครบกำหนดเวลาแล้วนี้ กลับมิใช่ตัวเราที่ได้โอกาสประกาศอิสรภาพ หากแต่เป็นกิเลสต่างหากที่ได้โอกาสประกาศอิสรภาพ กิเลสรู้ดีว่านักปฏิบัติจะออกจากกรรมฐานกันวันนี้จึงตั้งท่าตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ยังไม่ทันจะได้ลากรรมฐานเลยก็ดีอกดีใจประกาศอิสรภาพ เมื่อใดก็ตามที่กิเลสประกาศอิสรภาพเราก็ตกเป็นทาสกิเลสอีกเหมือนเดิม

เราพร้อมเสมอที่จะตกเป็นทาส พร้อมเสมอที่จะเปิดโอกาสให้กิเลสเกิดได้เต็มที่ กิเลสคงสบายใจ จะทำอะไรจะดูอะไรก็ตามใจตัวเองได้แล้ว เพราะตอนกำลังปฏิบัติอยู่นั้น รู้สึกทำตามใจตัวเองไม่ได้เลยสักอย่างเดียว การจราจรหน้าสำนักเราในวันปิดการอบรมคงจะติดขัดมาก เพราะกิเลสพากันเอากลองยาวมาแห่รับนักปฏิบัติกลับไป กิเลสของพระก็แห่พาพระกลับวัด กิเลสของโยมก็แห่พาโยมกลับบ้าน

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

 

หนังสือ สอบอารมณ์ ส่งอารมณ์

หนังสือ สอบอารมณ์ ส่งอารมณ์
คู่มือเพื่อความเข้าใจในการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน
พระครูภาวนาสมณวัตร วิ. (ประจาก สิริวณฺโณ)
ดาวน์โหลด : >>> คลิกที่นี่
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

อนุโมทนากถา

เมื่อก่อนไม่เคยคิดว่า การสอบอารมณ์นั้นจะเป็นเหตุให้ นักปฏิบัติต้องเกิดความวิตกกังวลหวาดกลัวต่อการสอบอารมณ์

เมื่อก่อนได้แต่นึกว่า นักปฏิบัติคงเข้าใจเกี่ยวกับการน้อมใจ ส่งใจไปดูอาการต่างๆ ของกายของธาตุแล้ว

เมื่อก่อนนึกในใจว่า นักปฏิบัติคงเข้าใจเกี่ยวกับระยะการเดิน จงกรมว่านำเอาอะไรมาจัดเป็นระยะ๑ เป็นต้นแล้ว

ภายหลังได้ทราบความเป็นจริงว่านักปฏิบัติหาได้เป็นอย่างที่คิดไม่ ด้วยเหตุนี้จึงมีวิธีการสอบอารมณ์ใหม่ให้แก่ผู้ปฏิบัติธรรม

อาศัยความเมตตาของท่านอาจารย์พระมหาทองมั่น สุทฺธจิตฺโตที่มีต่อนักปฏิบัติธรรม จึงได้ทำการถอดเทปในการสอบอารมณ์ออก มาจัดเป็นรูปเล่มหนังสือแจกจ่ายแก่ผู้ปฏิบัติธรรมได้ศึกษาไว้ก่อนการปฏิบัติ จะได้ช่วยให้นักปฏิบัติได้เกิดความเบาใจและปฏิบัติได้ถูกต้อง

อนุโมทนากถา และได้อาศัยความเมตตาปรารถนาดีจากคุณมณฑาทิพย์ คุณวัฒนา และคณะ ได้ทำการเรียบเรียงออกมาพร้อมทั้งได้ช่วยเป็นเจ้าภาพร่วมจัดพิมพ์อีกด้วย

จึงขออนุโมทนาสาธุการในกุศลเจตนาอันดีงามของท่านทั้งหลายไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย

ขอให้ท่านทั้งหลายผู้ที่มีส่วนร่วมในการจัดทำหนังสือเล่มนี้ ให้สำเร็จด้วยกำลังกาย-ใจ และกำลังทรัพย์ จงเป็นผู้รู้ธรรม เห็นธรรม บรรลุธรรม ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเภทสุขาปฏิปทาขิปปาภิญญาบุคคล รู้ได้ไว สะดวกสบายด้วยกันทุกๆ ท่านเทอญ

ปญฺญา โลกสฺมึ ปชฺโชโต

พระครูภาวนาสมณวัตร วิ.
(ประจาก สิริวณฺโณ)

…………………………………………………….

บทนำ

ผู้ปฏิบัติธรรมใหม่ๆ มักจะสงสัยคำว่า ‘สอบอารมณ์’ และ ‘ส่งอารมณ์’ ว่าคืออะไร เขาทำอะไรกัน เมื่อไม่รู้ก็พาลจะกังวลวุ่นวายใจ แม้แต่บางคนที่พอรู้คร่าวๆ ก็กังวลหนักใจ ใจเต้นจนไม่เป็นอันปฏิบัติ เพราะกลัวการ ‘สอบอารมณ์’ ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ปฏิบัติมือเก่า แล้วแต่ยังส่งอารมณ์ไม่เป็นก็มีอยู่ไม่น้อยเลย จึงได้ดำริจัดทำหนังสือ เล่มน้อยนี้ขึ้น เพื่อซักซ้อมความเข้าใจเบื้องต้นให้ผู้ปฏิบัติได้เข้าใจว่า ที่เรามา ‘สอบอารมณ์’ นี้เป็นอย่างไร จะได้ไม่ต้องหนักใจ เกิดความ เบาใจในเรื่องการสอบอารมณ์เสียที

คำว่า ‘ส่งอารมณ์ เป็นหน้าที่ของผู้ปฏิบัติธรรมที่จะมา รายงานการปฏิบัติของตนเองให้ครูบาอาจารย์ฟัง โดยเล่าตามที่ เราประพฤติปฏิบัติมา ว่าขณะที่ปฏิบัตินี้เราไปรู้ไปเห็นมาอย่างไร

ยกตัวอย่างง่ายๆ เหมือนเราไปเห็นปากกามาด้ามหนึ่ง แล้วเล่าต่อให้เพื่อนฟังว่า “ปากกา มีรูปร่างเป็นแท่งกลมๆ มี ๒ สี สีขาวใสกับสีม่วงมีที่เปิดอยู่ข้างบน ที่ปิดอยู่ด้านข้าง” ที่เราสามารถเล่าให้เพื่อนฟังได้ ก็เพราะเราเคยเห็นมาแล้ว จึงไม่รู้สึกหนักใจที่จะต้องเล่าให้เพื่อนฟัง

เช่นเดียวกันกับการที่เราเดินจงกรม “ขวาย่างหนอ ซ้ายย่างหนอ” ตามดูอาการเคลื่อนไหวของเท้า ยกขึ้นมารู้สึกหนักเบาอย่างไร เวลาย่างรู้สึก มีลมพัดผ่านอย่างไร เหยียบลงสัมผัส รู้สึกเย็นร้อนอ่อนแข็งอย่างไรเราก็เล่าตามที่เราไปรู้ไปเห็นมาให้ครูบาอาจารย์ฟัง ไม่ใช่เรื่องน่าหนักใจอะไร

ฉะนั้น การส่งอารมณ์จึงไม่ใช่เรื่องต้องกังวล เพราะเป็นเรื่องที่เราไปรู้ไปเห็นมา แล้วมาเล่าให้ครูบาอาจารย์ฟังเท่านั้นเอง

คำว่า ‘สอบอารมณ์ เป็นเรื่องของครูบาอาจารย์ ท่านจะสอบถามเกี่ยวกับการปฏิบัติของโยคีว่าเป็นอย่างไร กำหนดอย่างไร กำหนดแล้วมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เป็นอย่างไรบ้าง ครูบาอาจารย์จะสอบถาม เพื่อสอบทานว่าเราปฏิบัติได้ถูกผิดอย่างไร จะได้ช่วยแก้ไขหรืออธิบายเพิ่มเติม หากเรายังเข้าใจไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ ก็เพื่อเกื้อหนุนการปฏิบัติของเรานั่นเอง เมื่อครูบาอาจารย์สอบถามมา เราก็ตอบท่านไป มีเท่านั้นเอง

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐